ความรู้เรื่องโรคมะเร็ง

WHO เตือน ความเหลื่อมล้ำด้านระบบสาธารณสุขเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการป้องกัน การตรวจพบ การรักษา และโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง

WHO เตือน ความเหลื่อมล้ำด้านระบบสาธารณสุขเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการป้องกัน การตรวจพบ การรักษา และโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง
       ในขณะที่รายงานสถานการณ์โรคมะเร็งประจำปี 2024 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า 1 ใน 5 ของประชากรโลกมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตลอดช่วงชีวิต โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 19.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 9.9 ล้านคน และผู้ป่วยหญิง 9.6 ล้านคนนั้น ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งออกมาว่าหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง ขึ้นอยู่กับระบบสาธารณสุขในการป้องกัน การตรวจคัดกรอง การรักษา มากกว่าปัจจัยด้านชีววิทยาของโรคในหลายกรณี
 
       ข้อมูลนี้สำคัญอย่างไร? WHO ชี้ให้เห็นว่าในประเทศรายได้สูงนั้น อัตราการรอดชีวิต 5 ปีของผู้ป่วยมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและเด็กสูงถึง 85% ในขณะประเทศที่รายได้ต่ำ เข้าถึงการตรวจคัดกรองยากกลับมีอัตราการรอดชีวิตต่ำกว่า 45%
ทำไมในประเทศที่มีรายได้สูง อัตราการรอดชีวิต 5 ปีในผู้ป่วยมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและเด็กถึงมีเยอะ?
- ประชากรในประเทศสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งได้ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ โอกาสรักษาหายจึงมากขึ้น
- มีโครงการฉีดวัคซีน HPV ครอบคลุมเด็กผู้หญิงตั้งแต่เข็มแรก
- ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการป้องกันและตรวจคัดกรองมะเร็ง
ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) แต่จำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากมะเร็งก่อนวัยอันควรกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนช่องโหว่ของระบบสาธารณสุขที่ยังไม่รัดกุมพอ ตลอดจนทัศนคติที่มีต่อโรคและความตระหนักรู้เกี่ยวกับมะเร็งของคนไทย
 
        ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2554 ระบุว่าทุก ๆ 4 นาทีจะมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 1 คน และข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุก็เผยว่าค่ารักษาพยาบาลในแต่ละปีพุ่งสูงขึ้น 5-8% โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีค่ารักษาต่อหัวเฉลี่ยสามหมื่นบาท
 
         WHO ยังชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งอีกจุดหนึ่งอีกว่า ในขณะที่หลายประเทศให้ความสำคัญและลงทุนกับเทคโนโลยีรักษาโรคมะเร็ง กลับละเลยการดูแล ทั้งด้านงบประมาณ ด้านความสนใจที่มีต่อผู้ที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งและการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)
 
         ปัจจุบัน ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการรักษาโรคมะเร็งมากขึ้น พร้อมทั้งพยายามลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการรักษามะเร็งผ่านโครงการของรัฐบาล อาทิ Cancer Anywhere, SSO Cancer Care ฯลฯ แต่สิทธิการรักษาคุ้มครองเฉพาะผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งแล้วเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มเสี่ยงและบุคคลทั่วไป เป็นที่น่าสนใจพร้อมทั้งตั้งคำถามว่า ทิศทางสาธารณสุขไทยในปัจจุบันกำลังแก้ไขที่ปลายเหตุมากกว่าหรือไม่ ในสภาวะที่ผู้ป่วยมะเร็งมีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่มีลดลง เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสรอดชีวิตอย่างเท่าเทียม เพราะมะเร็งไม่ใช่แค่โรค แต่คือคุณภาพชีวิตที่ได้รับผลกระทบ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก 

1.จุฑาลักษณ์ แก้วปัญญา. (31 กรกฎาคม 2569). 1 ใน 5 ประชากรโลกมีแนวโน้มเป็นมะเร็ง. TNN Thailand. https://www.tnnthailand.com/health/242640/#google_vignette

2.กรมกิจการผู้สูงอายุ. (21 มิถุนายน 2564). สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและเศรษฐกิจในประเทศไทย. กรมกิจการผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/know/1/926


Share on

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด